“ต่อเติมบ้าน” แบบไหน ไม่จำเป็นต้องขออนุญาต

ในการสร้างบ้านหรืออาคารนั้น โดยปกติจะสร้างตามแบบมาตรฐาน โดยตีโจทย์ตามความต้องการพื้นที่ใช้สอยของเจ้าของบ้านหรือผู้พักอาศัย แต่หากเวลาเปลี่ยนไปหรือผู้พักอาศัยได้เปลี่ยนเป็นอีกคน พื้นที่ใช้สอยเดิม อาจจะไม่ตอบโจทย์เสียแล้ว จึงเป็นเป็นต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลง ที่เรานิยมเรียกกันว่า “ต่อเติมบ้าน” นั่นเอง

แต่ก่อนที่จะการต่อเติมบ้านหรืออาคาร จะต้องทำการขออนุญาตต่อเจ้าพนักงานประจำท้องถิ่นก่อน เพราะถ้าหากการต่อเติมดัดแปลงดังกล่าวสุดท้ายแล้วไม่ถูกต้องตามกฎหมาย อาจจะถึงขั้นถูกสั่งให้รื้อส่วนต่อเติมนั้นทิ้งได้ ซึ่งอาจทำให้เสียทั้งเวลาและงบประมาณ แต่จะมีข้อยกเว้นในเรื่อง การต่อเติม ที่ไม่จำเป็นต้องขออนุญาตอยู่ด้วย สามารถติดตามได้ในบทความนี้

ตะแกรงเหล็กไวร์เมช (Wire Mesh) คืออะไร มีข้อดียังไง

จุดเด่นของคอนกรีต คือ สามารถรับแรงอัดได้สูง แต่ความสามารถในการรับแรงดึงต่ำ เมื่อถูกแรงดึงจะทำให้คอนกรีตเปราะแตกได้ง่าย ด้วยสาเหตุนี้จึงมีการนำวัสดุอื่นที่สามารถรับแรงดึงได้ เช่น เหล็ก มาใส่ไว้ภายในคอนกรีตเพื่อเพิ่มความสามารถในการรับแรง โดยอาจกล่าวได้ว่า คอนกรีตรับแรงอัด และเหล็กรับแรงดึง การเสริมเหล็กในคอนกรีตนั้นแต่เดิมจะใช้เหล็กเส้นมาผูกเป็นตะแกรง ซึ่งจะต้องใช้แรงงานเข้ามาทำงานตรงนี้ ทำให้งานก่อสร้างใช้เวลานาน ต่อมาจึงมีการพัฒนามาเป็นตะแกรงลวดเหล็กสำเร็จรูป (Wire Mesh) ซึ่งช่วยให้งานก่อสร้างทำได้สะดวกรวดเร็ว

ฐานราก (Footing) แต่ชนิด แตกต่างกันยังไง

ฐานราก (Footing) คือโครงสร้างส่วนที่อยู่ใต้ผิวดิน ทำหน้าที่แบกรับน้ำหนักจากเสาแล้วถ่ายลงสู่ดิน การใช้ฐานรากแบบคอนกรีตเสริมเหล็ก จะก่อสร้างได้ง่าย รวดเร็ว และมีความแข็งแรง ทนทานต่อสภาพดินฟ้าอากาศ

ฐานราก ถูกแบ่งออกตามลักษณะได้ 2 ชนิด คือ

  1. ฐานรากตื้น (Shallow Foundation) หรือแบบไม่มีเสาเข็มรองรับ หมายถึงฐานรากซึ่งลึกจากระดับผิวดินน้อยกว่า หรือเท่ากับด้านที่สั้นที่สุดของฐานราก โดยฐานรากวางอยู่บนชั้นดินโดยตรง และไม่มีการตอกเสาเข็มเพื่อรองรับฐานราก เหมาะกับสภาพพื้นดินท่ีมีความสามารถแบกรับน้ำหนักบรรทุกได้สูง และกับสภาพพื้นดินท่ีตอกเสาเข็มไม่ลงหรืออย่างยากลำบาก เช่น พื้นที่ดินลูกรัง พื้นที่ภูเขาทะเลทราย
  2. ฐานรากลึก (Deep Foundation) หรือแบบมีเสาเข็มรองรับ หมายถึงฐานรากที่ถ่ายน้ำหนักโครงสร้างลงสู่ดินด้วยเสาเข็ม เนื่องจากชั้นดินที่รับน้ำหนักปลอดภัยอยู่ในระดับลึก เหมาะกับการก่อสร้างบนดินอ่อน มีการออกแบบฐานรากให้มีขนาดเสาเข็มและความลึกให้มีลักษณะ แตกต่างกันเพื่อเพิ่มความสามารถในการรับน้ำหนัก และความเหมาะสมในแต่ละพื้นที่

โครงสร้างเหล็กภายใน ของเสาเข็มไมโครไพล์ (Micropile)

เสาเข็มไมโครไพล์ (Micropile) จะเป็นเสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็ก มีความยาวท่อนละ 1.5 เมตร ตอนตอกเสาเข็มจะใช้ปั้นจั่นขนาดย่อส่วนเพื่อให้สามารถเข้าทำงานในที่แคบได้ โดยโครงสร้างของเสาเข็มจะมีลักษณะดังนี้

  • ปลอกรัดหัวและท้ายเสาเข็ม ใช้เหล็กแบน (Flat bar) หนา 6 มิลลิเมตร กว้าง 2 นิ้ว
  • เหล็กหนวดกุ้ง สำหรับใช้ทำ Dowel ใช้เหล็กเส้นขนาด 9 มิลลิเมตร เป็นโครงสร้างหลักของเสาเข็ม
  • เหล็ก Spiral สำหรับพันรอบโครงเหล็กแกนหลัก ใช้เหล็กเส้นขนาด 6 มิลลิเมตร ตั้งแต่หัวเสาเข็มจนถึงส่วนปลายเสาเข็ม

งานตอกเสาเข็มไมโครไพล์ ต่อเติมบ้านจัดสรร หมู่บ้านวรารมย์ เลควิว เทพารักษ์ สมุทรปราการ

งานตอกเสาเข็มไมโครไพล์ (Micropile) ต่อเติมบ้านจัดสรร หมู่บ้านวรารมย์ เลควิว เทพารักษ์ (Vararom Lakeview Teparak) สมุทรปราการ เนื่องจากพื้นดินบริเวณ จ.สมุทรปราการ เป็นดินเหนียวอ่อน ไม่เหมาะสำหรับการรับน้ำหนักตัวบ้านโดยตรง จึงต้องตอกเสาเข็มลงไปให้ลึกจนถึงชั้นดินแข็งข้างล่าง ซึ่งมีความลึกในระดับ 21 เมตร จึงจะสามารถมั่นใจได้ว่าตัวบ้านจะไม่มีการทรุดตัวภายหลังอีก

ข้อดีของเสาเข็มไมโครไพล์ คือมาจากกระบวนการผลิตที่จะหล่อเสาเข็มออกเป็นท่อน ท่อนละ 1.5 เมตร เวลาตอกจะนำเสาเข็มมาเชื่อมต่อกัน แล้วจะสามารถตอกได้ลึกจนถึงชั้นดินแข็งได้ การผลิตเสาเข็มออกมาเป็นท่อนสั้นมีข้อดีตรงที่สามารถใช้ปั้นจั่นขนาดเล็กที่เราออกแบบไว้ให้เข้าไปตอกหน้างานในพื้นที่แคบได้

งานตอกเสาเข็มไมโครไพล์ ในพื้นที่ความสูงมีจำกัด ทำฐานรากต่อเติมบ้าน ป้องกันบ้านทรุดตัว

งานตอกเสาเข็มไมโครไพล์ในพื้นที่ความสูงมีจำกัด ทำฐานรากต่อเติมบ้าน ป้องกันบ้านทรุดตัว เนื่องจากจุดที่จะต่อเติมเป็นชั้นล่างของตัวบ้าน จึงไม่สามารถใช้ปั้นจั่นตอกเสาเข็มขนาดใหญ่เข้ามาทำงานได้ จึงต้องใช้เสาเข็มไมโครไพล์ที่แบ่งเสาเข็มออกเป็นท่อน ท่อนละ 1.5 เมตร เข้ามาตอกในหน้างานลักษณะนี้แทน

งานตอกเสาเข็มไมโครไพล์ ทำฐานรากตัวบ้าน หน้างานย่านจรัญสนิทวงศ์

งานตอกเสาเข็มไมโครไพล์ (Micropile) ทำฐานรากตัวบ้าน หน้างานใกล้วัดดงมูลเหล็ก ถนนจรัญสนิทวงศ์ ซึ่งดินบริเวณนี้จะอ่อนมาก ถ้าหากไม่ตอกเสาเข็มที่สามารถรับน้ำหนักตัวบ้านได้ อาจจะทำให้เกิดปัญหาบ้านทรุดตัวในภายหลังได้ ตรงจุดก่อสร้างที่จะทำบ้านอยู่ใกล้กับสิ่งปลูกสร้างข้างเคียง ทำให้ไม่สามารถใช้เสาเข็มขนาดใหญ่เข้ามาตอกได้ จึงใช้เสาเข็มแบบไมโครไพล์ที่มีแรงสั่นสะเทือนขณะตอกต่ำกว่าเนื่องจากลักษณะของเสาเข็มมีรูปกลมกลวงตรงกลาง จึงช่วยลดแรงสั่นสะเทือนขณะตอกได้ดี

งานตอกเสาเข็มไมโครไพล์ (Micropile) ต่อเติมอาคารโรงงาน เบ็นไมเยอร์ เคมีคอลส์

งานตอกเสาเข็มไมโครไพล์ (Micropile) ต่อเติมอาคารโรงงาน เบ็นไมเยอร์ เคมีคอลส์ (ที) เขตุลาดกระบัง ใช้เข็มไมโครไพล์ขนาดหน้าตัด 25 เซนติเมตร เมื่อตอกเสาเข็มได้ลึกสุดจนถึงระดับที่เช็คจากเทคนิค Last 10 Blow จะสามารถรับน้ำหนักปลอดภัยได้ถึง 20-30 ตัน/ต้น จึงมั่นใจได้ว่าเมื่อเลือกใช้เสาเข็มชนิดไมโครไพล์มาทำฐานรากของตัวอาคารหรือบ้าน จะไม่มีการทรุดตัวของอาคารในภายหลังอย่างแน่นอน

งานตอกเสาเข็มไมโครไพล์ ต่อเติมบ้านจัดสรร เดอะ พาลาซโซ่ สาทร (The Palazzo Sathorn)

งานตอกเสาเข็มไมโครไพล์ ต่อเติมบ้านจัดสรร เดอะ พาลาซโซ่ สาทร (The Palazzo Sathorn) ด้วยเสาเข็มไมโครไพล์ ซึ่งมีความยาวท่อนละ 1.5 เมตร นำมาเชื่อมต่อกันให้สามารถตอกได้ลึกสุดจนถึงชั้นดินดานได้ แก้ปัญหาบ้านทรุดตัวในภายหลังได้

งานตอกเสาเข็มไมโครไพล์ ต่อเติมโรงงานประกอบรถยนต์โตโยต้า (เกตเวย์) จ.ฉะเชิงเทรา

งานตอกเสาเข็มไมโครไพล์ (Micropile) ต่อเติมโรงงานประกอบรถยนต์โตโยต้า (เกตเวย์) จ.ฉะเชิงเทรา ป้องการการทรุดตัวของโครงสร้างอาคารโรงงาน เพราะจุดที่ต่อเติมเป็นดินเหนียวอ่อนซึ่งทรุดตัวได้ง่าย