บทความก่อสร้าง

คอนกรีตผสมเสร็จ (Ready Mix Concrete)

คอนกรีตผสมเสร็จ (Ready Mix Concrete) เป็นคอนกรีตที่ผสมเสร็จเรียบร้อยจากโรงงาน และนำใส่รถเพื่อเตรียมจัดส่งให้หน่วยงานก่อสร้าง ช่วยทำให้งานเทคอนกรีตทำได้ง่ายขึ้น ช่วยลดแรงงานที่ใช้ในไซต์งานก่อสร้างลง เป็นคอนกรีตที่เข้ามาทดแทนการผสมคอนกรีตด้วยโม่เล็ก ที่ผู้รับเหมาจะต้องเริ่มตั้งแต่การสั่งซื้อ หิน ทราย ปูนซีเมนต์ และน้ำยาผสมคอนกรีตมา แล้วจึงจัดการหาเครื่องผสมปูนและทีมงาน แต่ในปัจจุบันผู้รับเหมาเปลี่ยนมาใช้คอนกรีตผสมเสร็จกันแทบทั้งหมดแล้ว

การทดสอบหาค่ายุบตัวของคอนกรีต (Slump Test)

ในการเทคอนกรีตจำเป็นต้องทำการทดสอบการยุบตัวของคอนกรีต (Slump Test) ทุกครั้งที่เปลี่ยนอัตราส่วนผสมของน้ำกับปูนซีเมนต์ หรือเมื่อผู้ควบคุมงานเห็นว่าคอนกรีตข้นหรือเหลวเกินไป โดยวิธีทดสอบการยุบตัวของคอนกรีต ให้เป็นไปตาม มทช.(ท) 103: มาตรฐานการทดสอบการยุบตัวของคอนกรีต

ฐานราก (Footing) แต่ชนิด แตกต่างกันยังไง

ฐานราก หรือที่ช่างนิยมเรียกกันว่า “ฟุตติ้ง” คือโครงสร้างส่วนที่อยู่ใต้ผิวดิน ทำหน้าที่แบกรับน้ำหนักจากเสาแล้วถ่ายลงสู่ดิน การใช้ฐานรากแบบคอนกรีตเสริมเหล็ก จะก่อสร้างได้ง่าย รวดเร็ว และมีความแข็งแรง ทนทานต่อสภาพดินฟ้าอากาศ

Last 10 Blow กับ Blow Count เทคนิคการตอกเสาเข็มที่แตกต่างกัน

ในการสร้างบ้านและอาคารนั้น การก่อสร้างมักจะใช้ฐานรากเสาเข็มเพื่อรับน้ำหนักของโครงสร้างทั้งหมด โดยทั่วไปจะตอกเสาเข็มให้ปลายของเสาเข็มลงลึกไปจนถึงชั้นดินเหนียวแข็งหรือชั้นดินดาลข้างล่าง เพื่อให้ส่วนปลายของเสาเข็มเป็นตัวรับน้ำหนัก (End Bearing) ในโซนกรุงเทพฯ และปริมณฑล จะมีความลึกอยู่ที่ประมาณ 21 เมตร โดยที่ดินในชั้นนี้มีคุณสมบัติพอที่จะสามารถรับน้ำหนักของตัวบ้านหรืออาคารที่สูงไม่เกิน 5 ชั้นได้

การทดสอบการรับน้ำหนักของเสาเข็ม (Dynamic Load Test)

การทดสอบการรับน้ำหนักของเสาเข็ม (Dynamic Load Test) เป็นการทดสอบเพื่อประเมินการรับน้ำหนักของเสาเข็ม โดยใช้วิธีการวัดค่าแรง (Force) และความเร็ว (Velocity) จากสัญญาณสะท้อนคลื่นความเค้น (Stress Wave) ซึ่งเกิดจากการปล่อยตุ้มน้ำหนักให้กระแทกลงบนหัวเสาเข็ม แล้วใช้ผลตอบสนองของเสาเข็มที่วัดได้เป็นข้อมูลป้อนเข้าเครื่องวิเคราะห์ข้อมูล Pile Driving Analyzer

ลูกปูน (Spacer)

ลูกปูน (Spacer) มีหน้าที่ช่วยหนุนเหล็กเสริมเพื่อให้มีระยะหุ้มของคอนกรีต (Concrete Covering) ที่ต้องการ ทำให้คอนกรีตสามารถรับแรงอัดตามที่วิศวกรโครงสร้างได้ออกแบบไว้ และเพื่อไม่ให้เหล็กเสริมติดกับไม้แบบเวลาหล่อคอนกรีต ซึ่งหากไม่มีลูกปูนหนุนเหล็กเสริม เนื้อปูนจะบางทำให้ชิ้นส่วนโครงสร้างที่หล่อนั้นมีประสิทธิภาพในการรับแรงที่น้อย เนื่องจากเนื้อเหล็กอยู่ใกล้ผิวคอนกรีตจึงมีโอกาสสัมผัสความชื้นและเกิดสนิมได้ง่าย อาจทำให้โครงสร้างบริเวณดังกล่าวแตกร้าว และอาคารทรุดในเวลาต่อมา

ระยะหุ้มของคอนกรีต (Concrete Covering)

ระยะหุ้มของคอนกรีต (Concrete Covering) เป็นระยะหุ้มของคอนกรีตกับเหล็กเสริมมีระยะหุ้มที่เพียงพอ เพื่อให้คอนกรีตมีการรับกำลังอัดตามที่วิศวกรโครงสร้างได้ออกแบบเอาไว้ และไม่ให้เหล็กเสริมได้สัมผัสกับเนื้อผิวอากาศหรือน้ำที่ขังอยู่รอบโครงสร้างนั้นโดยตรง ซึ่งจะมีผลทำให้เหล็กเกิดสนิมจนส่งผลกระทบต่อโครงสร้างทำให้มีอายุการใช้งานที่สั้นลง